แปล+สรุป สัมภาษณ์อันดับ 1 ของโลก คุณ Paul เจ้าของยอดถอน 500000$ (18 ล้านบาท) พาร์ท strategies
Pitch Trading
——————————
สัมภาษณ์ด้วยการยกตัวอย่าง ออเดอร์ eurjpy ที่เป็น big shot ของคุณ Paul
- ผมใช้ Rsi และ MACD ที่ตั้งค่าแบบพิเศษครับ (ในรูปมีให้ดู)
ผมเริ่มต้นด้วยการทำ Top down analysis จาก timeframe monthly ผมจะรออย่างอดทน ให้ตลาดส่งสัญญาณออกมาก่อน ก่อนที่ผมจะเข้าไปมีส่วนร่วม
ผมต้องเห็นว่ากำลังเกิดอะไร มีความเป็นไปไปได้ว่าจะไปทิศทางไหนมากที่สุด โดยการมองภาพรวม
.
เพราะฉะนั้นผมจะเริ่มต้นด้วยการมองกราฟที่ timeframe เดือน สังเกตดู price action แนวรับแนวต้าน และพื้นที่ที่มี liquidity
.
สมมุติว่าถ้าผมอยากจะ buy หรือ sell ผมจะปักหมุดโซนแนวรับแนวต้านไว้ (ใช้คำว่าแนวรับแนวต้าน ไม่ใช่ demand supply)
.
จากรูป 1 eurjpy เพิ่งเบรกโซนแนวต้านนี้ไป
จะเห็นได้ว่าในอดีต เคยเกิดพฤติกรรมรูปแบบนี้มาก่อน (รูป Tf month) Eurjpy เบรคแนวต้าน ก่อน pull back กลับมารีเทส ในช่วงปี 2012-2014 การสะสมกำลัง เบรกขึ้นไป ก่อนกับมารีเทสรอบนั้น ใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่า แต่ทว่าการเบรกแนวต้านในรอบนี้ ใช้เวลาเพียงเดือนเดียว (เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา)
.
โดยมีเหตุผลซัพพอร์ต คือการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ในอัตราส่วนที่พุ่งทะยานมาก เพื่อรับภาวะเงินเฟ้อของเศรษฐกิจปัจจุบัน
จุดนี้จึงเป็นจุดที่ผมสนใจ และเล็งไว้ ด้วยข้อมูลทาง fundamental ที่ผมอ่านจากข่าวทางเศรษฐกิจ และจาก cot (commitments of traders report)
ในการที่จะเปิด positions ผมต้องการ”เหตุผล” ผมต้องการรู้ให้ชัดเจนว่าอะไรขับเคลื่อนตลาด และแรงอะไรจะผลักดันราคาต่อ และมันต้องจับต้องได้ ในที่นี้คือเรื่องอัตราดอกเบี้ยนั่นเอง
.
TF 1D จะเห็นได้ว่า เดือนเมษายนที่ราคาเบรกแนวต้าน มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจังหวะนั้นผมเริ่มมองหาจังหวะที่ราคากลับมารีเทส เพื่อ buy
.
ผมย่อมาที่ไทม์เฟรม 4h ความจริงจะดูที่ไทม์เฟรม 1D ก็ได้ แต่ผมต้องการความละเอียด เพื่อมองว่าจุดไหนที่จะมีแนวโน้มที่เป็นจุดรับราคา ในไทม์เฟรม 4h จะเห็นได้ว่าราคาเทขายกันลงมา (ตามรูป Tf4h)
.
สำคัญมากที่ผมจะไม่ buy สินค้าหรือสกุลเงินที่โดนทุบลงมา หรือร่วงลงมาอย่างหนัก ผมจะไม่รับมีดเด็ดขาด รอให้มั่นใจ และให้เกิดแนวรับของราคาก่อน สิ่งที่ช่วยผมในสถานการณ์นี้คือความอดทน ไม่รีบร้อนซื้อ การรีบซื้อจนรับมีดเป็นสิ่งหลักๆเลยที่ผมพยายามหลีกเลี่ยง ดังนั้นผมจึงต้องรอ รอ แล้วรอ ซึ่งมันบีบให้ผมมีความอดทน
.
ผมไม่ได้เข้าซื้อในจุดนี้ ไม่มีอะไร confirm ให้ผม buy ถึง macd จะเริ่มโค้งขึ้น ถ้าผมจะซื้อตรงนี้ ก็คงไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ และไม่เข้าเงื่อนไขที่ผมตั้งไว้ ผมใช้อินดิเคเตอร์เพื่อมองหา divergence ในเวลาที่ราคากลับมารีเทส ในกรอบของแนวรับแนวต้านที่กำหนด
.
ผมยังไม่เห็นไดเวอร์เจนท์ใดๆในตอนนี้ แต่ผมรู้ว่าใกล้แล้ว เพราะเมื่อย่อกลับไปดู tf monthly ราคากลับมาแตะแถวโซนปลายไส้ กราฟได้เข้ามาในกรอบแล้ว
.
ผมจึงย่อมาดูใน tf 15m ผมชอบ tf 15 นาที ด้วยสองเหตุผล เพราะหนึ่ง มันไม่ได้ผันผวนถึงขนาด tf 5 นาที และสอง มันให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาได้ดีทีเดียว
.
ใน tf 15m ผมเห็นไดเวอร์เจนซ์ในเชิงบวก (positive divergence) ในรูปจะเห็นได้ว่าราคาขยับลงมาสร้างจุดต่ำกว่าเดิม แต่ rsi สร้างจุดสูงขึ้น รับกับ macd ที่ขยับตัวสูงขึ้น จะเห็นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นย่อยๆของ rsi เลย ทุกอย่างสอดรับกัน และเป็นไปตามที่ผมตั้งใจ (รูป tf15m ประกอบ)
.
แต่ความจริงผมไม่ได้เข้าในสองไทม์เฟรมนี้ จุดที่ผมเข้าจริงๆ อยู่ในไทม์เฟรม 1 ชั่วโมง
จะเห็นว่ามีไดเวอร์เจนซ์เชิงบวก และจุดนี้ สร้างแพตเทิร์นที่เป็นภาพซ้ำกับใน tf 15m เลย! ราคาทำจุดต่ำสุดเสมอกัน แต่มีไดเวอร์เจนซ์ขาขึ้น เหมือนกับที่ทำใน tf 15m เป้ะ สองแพตเทิร์นเหมือนกัน ติดต่อกัน
.
จุดนี้จึงเป็นจุดเข้าออเดอร์ buy ได้โดยมี stoploss ใต้ low อาจเผื่อราคา เผื่อมันสวิงลงไปสร้างจุดต่ำใหม่ ซัก 30-40 pips เพื้อไม่ให้ราคาลงมาเกี่ยวแล้วขึ้นต่อ จุดนี้จึงเป็นจุดที่ผม buy และเพลินเพลินกับกำไรครับ
—————————-
จุดที่ผมอยากเน้นย้ำ คือในช่วงที่กราฟกลับมารีเทสในโซน ราคาร่วงดิ่งลงมา คนเริ่มตกใจ เริ่มแพนิค เราต้องอดทนมากๆ และห้ามใช้ความเสี่ยงเกินตัว
ตัวอย่างที่จุดที่ราคาร่วงลงมาแรกๆ สมมุติว่าคุณเข้า buy ตั้งแต่เกิดแท่งเทียนเขียวแท่งแรก ราคาก็ร่วงลงมาต่อ ถ้าคุณใช้ความเสี่ยงเกินตัว เกินหน้าตัก ตั้งแต่ตอนนี้ คุณจะติดลบเกือบ 100 pips แทบจะมั่นใจได้เลยว่าคุณจะล้างพอร์ต จุดนี้ผมรอให้มั่นใจว่าเกิดไดเวอร์เจนซ์ ที่เป็นเชิงบวกในทิศทางที่ผมวิเคราะห์ ผมจะเมคชัวร์ว่าผมจะไม่รับมีดกับราคาที่ลงต่อไปอีก หรือต่อให้ผมออกออเดอร์แล้วราคาลงไปต่อ ผมจะเมคชัวร์ว่าผมเทรดด้วยความเสี่ยงต่ำมากๆ และตั้ง sl ไว้แค่ต่ำๆกว่า low นี้
.
—————————-
- ก่อนที่คุณจะเปิดออเดอร์ คุณจะวิเคราะห์จากหลากหลาย timeframe แบบนี้เสมอๆใช่มั้ยครับ
ใช่ครับ ผมทำให้มั่นใจว่าจะเทรดไปกับแนวรับแนวต้านที่เห็น หาก tf month ไม่ชัด ก็อาจจะย่อมาใน tf week ก็ได้ ที่สำคัญหลักๆคือผมใช้ tf เดือนเป็นภาพหลักในการเข้าเทรด
.
การวิเคราะห์แบบนี้ไม่ได้ใช้ได้กับแค่คู่สกุลเงินนี้หรือออร์เดอร์นี้เท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์กับสกุลเงินอื่นๆเช่นกัน แต่ว่าที่ผมเทรดในคู่เงินเยน นี้ เพราะเหตุการณ์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในหลายหลายสกุลเงิน ที่มีผลต่อเงินเยน นี่เป็นสิ่งที่ผมมองจริงๆ และมาสนใจกับการเบรกเอ้าท์ครั้งนี้
.
นี่เป็นรูปแบบเทคนิคอบที่เกิดขึ้นตามที่ผมคาดหวัง ประกอบกับ fundamental ที่ผมศึกษามา “สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจต่อการเทรดนี้ ไม่ใช่เพราะเทคนิคอล แต่เป็นแรงที่ขับเคลื่อนจากอัตราดอกเบี้ย (fundamental) ”
- ผมไม่ค่อยแน่ใจกับสถานการณ์ของเงินเยน แต่ว่าคล้ายๆว่าแทบจะทุกธนาคารกลาง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพราะสถานการณ์เงินเฟ้อ แต่ธนาคารกลางของญี่ปุ่นขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่เยอะ เทียบกับคนอื่นเขา คล้ายๆคงไว้ราวๆ 2 เปอร์เซ็นต์ ประมาณนั้นรึเปล่าครับ?
ใช่เลยครับ คุณพูดถูกเลย ทางฝั่งยุโรปเพิ่มอัตราดอกเบี้ย อเมริกาเพิ่มอัตราดอกเบี้ย บีบให้เงินเยนสูงขึ้น ผมดูจาก COT… (มีต่ออีกยาวมาก + มีเรื่อง cot ต่อ แต่ผมเหนื่อยแล้วครับ)
——————————
อย่างไรก็ดี ถ้าคาดหวังว่า รู้แล้วจะเอาไปเทรดตาม พิจารณาก่อนว่า
หนังสือ ความลับระบบเทรด ของ Van K. Tharp (ปกแดงๆ)
คร่าวๆคือ ระบบเทรดที่สมบูรณ์ ต้องรู้ปัจจัย 6 อย่าง
1.อัตราชนะ (Winning Percentage)
2.อัตรากำไรต่อขาดทุน (Risk per Reward)
3.ต้นทุนของการเทรด (Cost)
4.ความถี่ของโอกาสในเทรด (trading opportunity)
5.เงินทุน (Trading capital)
6.ขนาดการเทรด (position sizing)
ทบทวนดู จะเห็นได้ว่าแทบไม่รู้ปัจจัยไหนของระบบเขาเลย ถ้าจะก้อปไปใช้ ปลายทางมีแต่เจ๊ง รับไปใช้เรื่องความอดทน หรือจะเอาไปปรับปรุงระบบตัวเองก็ดี กรองเอาเองครับ
——————————
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น